ก่อนซื้อปลากลับบ้าน ควรเตรียมตู้ น้ำ และระบบกรองให้พร้อมเสียก่อน เพราะการเติมน้ำแล้วเปิดกรองจนใส ยังไม่ได้หมายความว่าตู้จะจัดการของเสียจากปลาได้ทันที หากรีบปล่อยปลา ของเสียอาจสะสมจนทำให้ปลาป่วยหรือตาย แม้น้ำจะยังดูสะอาดอยู่ก็ตาม
การเตรียมตู้แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ตั้งแต่ล้างอุปกรณ์ เตรียมน้ำ เซ็ตระบบกรอง ไปจนถึงปล่อยปลา ส่วนใครที่มีปลามาแล้วและจำเป็นต้องตั้งตู้เร่งด่วน ก็สามารถทำได้ แต่ต้องตรวจน้ำและดูแลใกล้ชิดในช่วงแรก
- 01ล้างและติดตั้งเลือกที่วาง ล้างตู้ และติดตั้งอุปกรณ์อ่านขั้นตอน
- 02เตรียมน้ำเตรียมน้ำให้พร้อมก่อนนำมาเลี้ยงปลาอ่านขั้นตอน
- 03เซ็ตกรองและตรวจน้ำให้กรองพร้อมทำงาน และตรวจคุณภาพน้ำอ่านขั้นตอน
- 04ปล่อยปลาปรับอุณหภูมิและน้ำ ก่อนย้ายปลาลงตู้อ่านขั้นตอน
ทำแต่ละขั้นให้พร้อมก่อนเริ่มขั้นถัดไป ไม่ยึดจำนวนวันเพียงอย่างเดียว
1. เลือกตำแหน่งและทำความสะอาดอุปกรณ์
เลือกตู้ให้เหมาะกับขนาดปลาเมื่อโตเต็มวัย จำนวนปลา และพื้นที่ที่ปลาต้องใช้ว่ายน้ำ โดยเฉพาะปลาแปลกบางชนิดที่ตอนซื้อยังตัวเล็ก แต่โตขึ้นได้มาก ควรตรวจขนาดโตเต็มวัยก่อนเลือกตู้ เพื่อไม่ต้องย้ายปลาในเวลาไม่นาน
วางตู้บนขาตั้งที่รองรับน้ำหนักได้และได้ระดับ หลีกเลี่ยงจุดที่โดนแดดโดยตรง เพราะอาจทำให้น้ำร้อนขึ้นระหว่างวันและเกิดตะไคร่ได้ง่าย
ล้างตู้และของตกแต่งด้วยน้ำสะอาด ไม่ใช้สบู่ ผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างจาน เพราะสารตกค้างอาจเป็นอันตรายต่อปลา หากต้องขัดตู้ ให้ใช้ฟองน้ำที่ไม่มีสารทำความสะอาดผสมอยู่ และแยกไว้ใช้กับตู้ปลาโดยเฉพาะ
หากต้องการปูพื้นให้ล้างกรวด หิน หรือทรายเพื่อเอาฝุ่นออก จากนั้นติดตั้งกรองและระบบเติมอากาศให้เรียบร้อย หากเลี้ยงปลาที่กระโดดหรือเล็ดลอดออกจากตู้ได้ ควรเตรียมฝาปิดและตรวจช่องรอบสายไฟหรือท่อกรองด้วย
2. เตรียมน้ำก่อนนำมาใช้
น้ำประปาอาจมีคลอรีน ซึ่งใช้สำหรับฆ่าเชื้อในระบบผลิตน้ำประปา แต่คลอรีนตกค้างสามารถส่งผลเสียต่อเหงือกและสุขภาพปลาได้
ผู้เลี้ยงสามารถเลือกวิธีเตรียมน้ำให้เหมาะกับการใช้งานได้ 4 วิธี
วิธีที่ 1 — การพักน้ำและเปิดอากาศ
นำน้ำประปามาพักในภาชนะสะอาด และอาจใช้หัวทรายหรือปั๊มลมช่วยให้น้ำมีการเคลื่อนไหว
วิธีนี้ช่วยให้คลอรีนลดลงได้ตามธรรมชาติ แต่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพน้ำแต่ละพื้นที่ ควรมีที่วัดคลอรีนเอาไว้ตรวจสอบคลอรีนตกค้างก่อนนำไปใช้ แทนการยึดจำนวนวันที่พักน้ำเพียงอย่างเดียว
วิธีที่ 2 — การใช้น้ำยาหรือสารกำจัดคลอรีน
น้ำยากำจัดคลอรีน หรือเกล็ดกำจัดคลอรีน เป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องเปลี่ยนน้ำเป็นประจำ หรือไม่มีพื้นที่พักน้ำ
วิธีที่ 3 — การใช้เครื่องกรองคลอรีน
เครื่องกรองที่ใช้ Activated Carbon สามารถช่วยลดคลอรีนในน้ำได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเตรียมน้ำเป็นประจำ
แนะนำให้พิจารณาถ่านกัมมันต์ที่มีค่า Carbon ID (Iodine Number) ตั้งแต่ 900 mg/g ขึ้นไป และหมั่นตรวจสอบคุณภาพน้ำเป็นระยะ เนื่องจาก Carbon มีอายุการใช้งานที่จำกัดขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน
วิธีที่ 4 — การใช้น้ำจากเครื่องกรอง RO
เครื่องกรอง RO (Reverse Osmosis) ช่วยลดสารละลายและสิ่งปนเปื้อนหลายชนิดในน้ำ แต่ก็ทำให้แร่ธาตุที่จำเป็นต่อปลาลดลงด้วย
หากใช้น้ำ RO เป็นน้ำหลักสำหรับเลี้ยงปลา ควรเติมแร่ธาตุกลับให้เหมาะสมกับชนิดปลาก่อนใช้งาน
3. เซ็ตระบบกรองให้พร้อมจัดการของเสีย
ขี้ปลาและอาหารที่เหลือในตู้ทำให้เกิดแอมโมเนีย ซึ่งเป็นสารที่มองไม่เห็นและเป็นอันตรายต่อปลา แบคทีเรียในระบบกรองจะช่วยเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนไตรต์ แล้วเปลี่ยนต่อเป็นไนเตรตที่มีพิษต่ำกว่า ส่วนไนเตรตที่สะสมยังต้องควบคุมด้วยการดูแลตู้และเปลี่ยนน้ำ
การเซ็ตระบบกรองชีวภาพ คือการเตรียมให้แบคทีเรียเหล่านี้มีจำนวนมากพอที่จะจัดการของเสีย ควรทำโดยยังไม่มีปลาอยู่ในตู้ เพื่อไม่ให้ปลาสัมผัสกับแอมโมเนียและไนไตรต์ระหว่างที่ระบบกรองกำลังเซ็ตตัว
การเปิดกรองกับน้ำเปล่าอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่ากรองพร้อม เพราะแบคทีเรียต้องมีแหล่งอาหารด้วย สามารถใช้ผลิตภัณฑ์แอมโมเนียสำหรับเซ็ตตู้ปลาโดยเฉพาะตามวิธีและปริมาณที่กำหนด ส่วนแบคทีเรีย สามารถใช้แบคทีเรียสำเร็จรูปเป็นตัวช่วยเพิ่มแบคทีเรีย
ระบบกรองอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะพร้อม จึงไม่ควรยึดว่าครบจำนวนวันแล้วปล่อยปลาได้ทันที ต้องใช้ชุดตรวจแอมโมเนียและไนไตรต์ติดตามด้วย

4. ปล่อยปลาใหม่ลงตู้
ก่อนนำปลากลับบ้าน ต้องแน่ใจว่าตู้พร้อมรับปลาแล้ว หากเป็นการซื้อปลาเพิ่มเข้าตู้ที่มีปลาเดิม ควรเตรียมตู้กักแยกที่มีระบบกรองพร้อมใช้งาน เพื่อสังเกตปลาใหม่ก่อนนำไปเลี้ยงรวม การไม่นำน้ำจากถุงลงตู้ช่วยลดสิ่งปนเปื้อนได้ แต่ไม่ได้ป้องกันโรคที่ติดมากับตัวปลา
ขั้นตอนต่อไปนี้เหมาะกับปลาที่ซื้อจากร้านและเดินทางกลับบ้านไม่นาน โดยปลายังมีอาการปกติ หากเป็นปลาที่จัดส่งข้ามคืน ควรขอวิธีรับปลาจากผู้ขายไว้ล่วงหน้า เพราะน้ำในถุงอาจมีของเสียสะสม ไม่ควรเปิดถุงแล้วแช่ปรับน้ำไว้นานโดยใช้ขั้นตอนเดียวกันทุกกรณี
ปรับอุณหภูมิและน้ำก่อนย้ายปลา
ปิดไฟตู้ปลา แล้วลอยถุงที่ยังปิดอยู่ประมาณ 15–20 นาที ให้อุณหภูมิน้ำในถุงใกล้เคียงกับน้ำในตู้ จากนั้นเปิดถุงและค่อย ๆ เติมน้ำจากตู้ลงไปทีละน้อยตามวิธีที่ร้านแนะนำ เพื่อให้ปลาปรับตัวกับน้ำใหม่ก่อนย้ายลงตู้
หากน้ำในถุงกับน้ำในตู้มีอุณหภูมิหรือค่าความเป็นกรด–ด่าง (pH) ต่างกันมาก ให้สอบถามวิธีปรับน้ำจากร้านก่อน ไม่ยึดเวลา 15–20 นาทีเพียงอย่างเดียว หากปลาหอบหรือเสียการทรงตัวระหว่างรอ ให้ติดต่อผู้ขายทันที ไม่รอให้ครบเวลา
ย้ายเฉพาะตัวปลา ไม่เทน้ำในถุงลงตู้
ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะกับปลา ย้ายลงตู้เบา ๆ แล้วทิ้งน้ำขนส่ง ไม่นำมาเทรวม เพราะอาจมีของเสีย เชื้อโรค หรือสารที่ใช้ระหว่างขนส่งปะปนอยู่
ปลาที่มีหนามหรือส่วนของร่างกายเกี่ยวตาข่ายง่าย ควรใช้ภาชนะผิวเรียบแทนการฝืนใช้กระชอน โดยพยายามนำน้ำขนส่งติดเข้าไปให้น้อยที่สุด
ให้ปลาพักและสังเกตอาการ
หลังปล่อยปลา ให้ปิดไฟตู้ในช่วงแรกและลดการรบกวน ไม่จำเป็นต้องคลุมตู้ให้มืดสนิทตลอดวัน ตรวจว่าฝาปิดเรียบร้อย กรองและระบบเติมอากาศยังทำงานตามปกติ
ไม่ต้องรีบให้อาหารทันที สำหรับปลาขนาดเลี้ยงทั่วไป อาจเริ่มให้อาหารเล็กน้อยในวันถัดไปเมื่อปลามีอาการปกติ หากไม่กินให้เก็บออก ไม่เติมอาหารทิ้งไว้ซ้ำ ๆ ส่วนลูกปลาหรือปลาที่ต้องกินอาหารบ่อย ควรสอบถามตารางให้อาหารจากผู้ขายก่อน
ช่วงสัปดาห์แรกให้สังเกตการหายใจ การว่ายน้ำ และการกินอาหาร พร้อมตรวจแอมโมเนียและไนไตรต์ โดยเฉพาะตู้ใหม่หรือตู้ที่เพิ่งเพิ่มปลา
การเตรียมตู้ให้พร้อมและค่อย ๆ ปรับปลาเข้ากับน้ำใหม่ช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่การดูแลไม่ได้จบในวันที่ปล่อยปลา การตรวจน้ำ ให้อาหารพอดี และสังเกตปลาอย่างสม่ำเสมอ ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำต่อไปครับ